ทักษะสำคัญกับเด็กวัย 3-6 ขวบ

มารยาททางสังคมทักษะสำคัญกับเด็กอนุบาลวัย 3-6 ขวบ

เย็นวันหนึ่งผู้จัดได้ไปรับประทานอาหารค่ำกับครอบครัวที่ร้านประจำแห่งหนึ่งในตัวจังหวัด ภายในร้านคนยังไม่มากสักเท่าไร ดิฉันมองเห็นโต๊ะที่ว่างชุดจึงเดินเข้าไปนั่ง แต่ที่โต๊ะนั้นมีกระดาษใบหนึ่งเขียนไว้ว่า จองแล้ว เราจึงเปลี่ยนไปนั่งที่โต๊ะอื่นข้างกัน นั่งสักพักก็มีคนอื่นเข้ามานั่งพอทุกคนอ่านเห็นกระดาษใบนั้น ต่างพากันย้ายไปนั่งที่อื่นเช่นกัน แต่มีอยู่ ครอบครัวหนึ่งมีพ่อแม่ลูกและคนสูงอายุ รวมแล้วประมาณ 7 คน เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ได้หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมา พร้อมกับบอกให้คุณแม่ทราบว่า “คุณแม่ขา เค้าเขียนว่าจองแล้ว” คุณแม่มองหน้าแล้วก็เฉย เด็กหญิงจึงหันไปหาคุณพ่อ คุณพ่อบอก “ทิ้งไป” เด็กหญิงจึงหันมาบอกกับแม่ “หนูฉีกนะ” แม่ก็พยักหน้าว่าทำได้ ผู้ใหญ่ทุกคนได้ยินแต่ไม่สนใจ จนกระทั่งคนในร้านบอกว่า โต๊ะนั้นมีคนจองแล้ว คุณแม่ของเด็กหญิงเกิดอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่พอใจ แสดงอารมณ์โกรธ จึงบอกทุกคนที่มาด้วยว่า “เปลี่ยนร้านไม่ต้องกินมันหรอก” เด็กหญิงมองหน้าคุณแม่ด้วยความสงสัย แต่ก็ต้องเดินตามไปอย่าง งง ๆ

กับเหตุการณ์ข้างต้นนี้ ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรบ้างค่ะ หากเราคิดสักนิด มองความรู้สึกของเด็ก สายตาอีกคู่ที่จ่องมองพฤติกรรมเราอยู่ จะจดจำสิ่งที่พ่อแม่แสดงออกมาในสังคม ซึ่งหมายถึง มารยาทางสังคมของผู้ปกครองครอบครัวนี้ยังอ่อนแอนัก ส่งผลให้เด็กรู้สึกถึงการกระทำของผู้ปกครองเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่เป็นสิ่งที่ผิดต่อสังคมโดยไม่รู้ตัว หากเด็กหญิงคนนี้ไม่เรียนรู้มารยาทและกติกาทางสังคมที่ดี ก็จะหนีไม่พ้นของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ไร้คุณธรรม จริยธรรม เป็นแน่

ในสิ่งที่ถูกต้อง หากผู้ปกครองทราบว่ามีผู้จองแล้ว เราก็บอกเด็กให้นำกระดาษนั้นไว้ที่เดิม แล้วผู้ปกครองก็ ขอให้ทางร้านจัดโต๊ะให้เราใหม่ เพียงแค่เรานั่งรอสักครู่ ก็จะได้ทานอาหารพร้อมกันทั้งครอบครัวอย่างมีความสุข และเด็กก็จะได้ทำตัวป็นคนดีมีมารยาทและเคารพกิตกาสังคม    *เมื่อผู้ปกครองสอนให้เด็กมีทักษะทางสังคมและอารมณ์แล้ว ย่อมส่งผลให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี การที่ปลูกฝังสิ่งที่ดีให้เด็กตั้งแต่ยังเล็ก เด็กจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตได้ ดังนั้น พ่อแม่และคนในครอบครัวจึงต้องช่วยกันพัฒนาให้เด็กมีความเชื่อมั่นในตนเอง การเลี้ยงลูกให้รู้จักควบคุมตนเอง สอนให้ลูกรู้จักวิธีการสร้างเพื่อน และการอยู่ในสังคมได้อย่างดี มีมารยาท รู้จักระเบียบวินัย และที่สำคัญคือ รู้จักแบ่งปัน ความเชื่อมั่นในตนเองของเด็ก หมายถึง การมีทัศนคติที่ดีในการใช้ชีวิต ไม่กลัวที่จะพยายามทำสิ่งใหม่ ๆ ไม่ท้อถอยกับสิ่งที่ยากขึ้น และมีความพยายามที่จะทำให้สำเร็จ

การเรียนรู้ที่จะควบคุมตนเอง หมายถึง การสร้างการรับรู้ด้านอารมณ์ให้กับเด็ก เพื่อให้เขารู้จักควบคุมตนเอง สามารถจัดการกับอารมณ์ของตัวเองได้ เมื่อโกรธหรือหงุดหงิดก็จะไม่แสดงออกด้วยการโวยวาย ตะโกนเสียงดัง แต่จะใช้การพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา

ครอบครัวเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับเด็ก พฤติกรรมครอบครัวเป็นแบบเช่นไร เด็กๆ มักจะมีพฤติกรรมเช่นนั้น

*ขอบคุณข้อมูลจาก www.momypedia.com

นิราภร รัตนทิพย์ ผู้ผลิตรายการบ้านแสนรัก FM103Mhz.

nirafm103@gmail.com

Visitors: 66,865